คือบริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นแต่ละหุ้นมีมูลค่าเท่า
ๆ กัน โดยผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ
โครงสร้างของ
"บริษัทจำกัด"
1. ต้องมีผู้ร่วมลงทุน อย่างน้อย 7 คน
2. แบ่งทุนออกเป็นหุ้น และมีมูลค่าหุ้นละเท่าๆ
กัน
3. มูลค่าหุ้นจะต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท
4. ความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นมีจำกัด (เฉพาะจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบ)
5. ต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- การดำเนินการจัดตั้งบริษัทจำกัด
ในการจัดตั้งบริษัทจำกัดนั้น จะต้องดำเนินการตามลำดับขั้นตอน ดังนี้
(1) ต้องมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป เข้าชื่อกันทำหนังสือบริคณห์สนธิขึ้น
แล้วไปจดทะเบียน
(2) เมื่อได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องจัดให้หุ้นของบริษัทที่จะตั้งขึ้นนั้นมีผู้เข้าชื่อจองซื้อหุ้นจนครบ
(3) ดำเนินการประชุมตั้งบริษัท โดยต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมให้ผู้จองทราบล่วงหน้าอย่างน้อย
7 วัน ก่อนวันประชุม
(4) เมื่อได้ประชุมตั้งบริษัท และที่ประชุมได้แต่งตั้งกรรมการบริษัทแล้ว
ผู้เริ่มก่อการต้องมอบหมายกิจการให้กรรมการบริษัทรับไปดำเนินการต่อไป
(5) กรรมการบริษัทเรียกให้ผู้เริ่มก่อการและผู้จองหุ้นชำระค่าหุ้นอย่างน้อยร้อยละ
25 ของมูลค่าหุ้น (ทุนของบริษัทจะแบ่งเป็นกี่หุ้นก็ได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ
5 บาท)
(6) เมื่อได้รับเงินค่าหุ้นแล้ว กรรมการต้องไปจดทะเบียนเป็นบริษัทภายใน
3 เดือน ภายหลังจากการประชุมตั้งบริษัท
- การดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหรือเลิกและชำระบัญชีบริษัทจำกัด
ในกรณีที่บริษัทจำกัดนั้นได้ตกลงที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรายการใด
ๆ ที่ได้จดทะเบียนไว้ เป็นอย่างอื่น หรือผู้ถือหุ้นจะเลิกกิจการ ก็จะต้องไปดำเนินการขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมรายการนั้น
ๆ หรือจดทะเบียนเลิกและเสร็จการชำระบัญชี ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่ห้างนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่
การจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติมจะต้องดำเนินการตามวิธีและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบของทางราชการได้กำหนดไว้
- รายการจดทะเบียนที่บริษัทจะต้องจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม
3.1 การแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการตั้งบริษัท
3.2 มติพิเศษของบริษัทให้
(1) เพิ่มทุน
(2) ลดทุน
(3) ควบบริษัท
3.3 ควบบริษัท
3.4 แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริดณห์สนธิภายหลังตั้งบริษัท
3.5 เพิ่มทุน
3.6 ลดทุน
3.7 กรรมการ
3.8 จำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท
3.9 ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขา
3.10 ตราของบริษัท
3.11 รายการอื่นที่เห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบ
- หน้าที่ของบริษัทจำกัด
(1) บริษัทจำกัด ต้องทำงบการเงินอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือน
โดยมีผู้ สอบบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนตรวจสอบ แล้วนำเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินภายใน
4 เดือน นับแต่วันปิดรอบปีบัญชี พร้อมทั้งยื่นงบการเงินต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด ภายใน
1 เดือน นับตั้งแต่วันอนุมัติงบการเงิน ทั้งนี้รวมถึงบริษัทที่แม้ว่าจะยังมิได้ประกอบกิจการก็ตาม
จะต้องส่งงบการเงินด้วย มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
(2) จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นและให้นำส่งต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร
หรือที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายใน 14 วัน
นับจากวันที่ประชุม มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
(3) ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญ ภายหลัง 6 เดือน นับแต่วันจดทะเบียน
เป็นนิติบุคคล และจัดประชุมครั้งต่อไปอย่างน้อย 1 ครั้ง ทุกระยะเวลา
12 เดือน
(4) ต้องจัดทำใบหุ้นมอบให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
(5) ต้องจัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษ
ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
- กิจการที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการยื่นจดทะเบียน
(1) คำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซึ่งต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 3 เดือน
นับแต่วันประชุมตั้งบริษัท
(2) คำขอจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการของบริษัทขึ้นใหมและ/หรือกรรมการออกจากตำแหน่ง
ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ตั้งกรรมการขึ้นใหม่ หรือกรรมการออกจากตำแหน่ง
(3) คำขอจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุน หรือลดทุนของบริษัทจำกัด หรือให้ควบบริษัทจำกัด
ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติพิเศษ
(4) คำขอจดทะเบียนตั้งข้อบังคับขึ้นใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทจำกัด
ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติพิเศษ
(5) คำขอจดทะเบียนควบบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้มีการควบบริษัทเข้ากัน
(6) คำขอจดทะเบียนเลิกบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เลิกกัน
(7) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14
วัน นับแต่วันที่ได้เปลี่ยนตัว
(8) คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจผู้ชำระบัญชี ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน
14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติ หรือวันที่ที่ศาลได้มีคำพิพากษา
(9) คำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน
14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติ
*ท่านสามารถ Download
แบบพิมพ์ไปใช้ในการจดทะเบียนได้หรือ
ขอรับแบบพิมพ์ได้ที่สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจหรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดทุกแห่ง
ประเภทการจดทะเบียน
- หนังสือบริคณห์สนธิ
- คำขอ : แบบ
บอจ.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
- รายการ : แบบ
บอจ.2 (ใช้ทั้งสองหน้า)
- เอกสารประกอบรายการ : แบบ
ว.
- เอกสารประกอบ
- แบบจองชื่อนิติบุคคล
- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
- หลักฐานให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจ
จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ใช้เฉพาะในการประกอบธุรกิจที่มีกฏหมายพิเศษควบคุม)
- แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการตั้งบริษัท
- คำขอ : แบบ
บอจ.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
- รายการ : แบบ
บอจ.2 (ใช้เฉพาะหน้า 1)
- เอกสารประกอบรายการ : แบบ
ว. (ในกรณีแก้ไขวัตถุประสงค์)
- เอกสารประกอบ
- แบบจองชื่อนิติบุคคล (ใช้เฉพาะกรณีเปลี่ยนชื่อบริษัท)
- หลักฐานการให้ความยินยอมของผู้เริ่มก่อการทุกคน
- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
- ตั้งบริษัท
- คำขอ : แบบ
บอจ.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
- รายการ : แบบ
บอจ.3 (ใช้ทั้ง 2หน้า)
- เอกสารประกอบรายการ : แบบ
ก.
- เอกสารประกอบ
- แบบ
บอจ.5
- สำเนาหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
- สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
- สำเนาข้อบังคับ (ถ้ามี)
- หนังสือบริคณห์สนธิฉบับตีพิมพ์ จำนวน 1ฉบับ
- ข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ จำนวน 1ฉบับ
- หลักฐานการรับชำระค่าหุ้น ได้แก่
- หนังสือรับรองจากธนาคาร หรือ
- สำเนาหลักฐานแสดงการรับชำระเงินค่าหุ้น
- แบบ
สสช. 1 จำนวน 2 ฉบับ
- สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรอบลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
- กรณีมีคนต่างด้าวลงทุนในบริษัทจำกัดตั้งแต่ร้อยละ 40 แต่ไม่ถึงร้อยละ
50 ของทุน
จดทะเบียน หรือกรณีมีคนต่างด้าวลงทุนในบริษัทจำกัดต่ำกว่าร้อยละ
40 ของทุนจดทะเบียน
แต่คนต่างด้าวเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ให้ผู้ถือหุ้นที่มีสัญชาติไทยทุกคน
ส่งหลักฐานแสดงที่มาของเงินลงทุนซึ่งแสดงจำนวนเงินที่สอดคล้องกับจำนวนเงินที่ชำระแล้ว
ของผู้ถือหุ้นแต่ละราย ดังนี้
- สำเนาสมุดเงินฝากธนาคาร หรือสำเนาใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารย้อนหลัง
6 เดือน หรือ
- เอกสารที่ธนาคารอกให้เพื่อรับรอง หรือแสดงฐานะทางการเงินของผู้ถือหุ้น
หรือ
- สำเนาหลักฐานที่แสดงแหล่งที่มาของเงินที่นำมาชำระค่าหุ้น
- มติพิเศษของบริษัทให้ เพิ่มทุน, ลดทุน,
ควบบริษัท
- คำขอ : แบบ
บอจ.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
- รายการ : แบบ
บอจ.4
- เอกสารประกอบรายการ : -
- เอกสารประกอบ
- สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หลักฐานให้ความเห็นชอบแล้วจากกรมการประกันภัย (ใช้เฉพาะ
บริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย)
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
- ควบบริษัท
- คำขอ : แบบ
บอจ.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
- รายการ : แบบ
บอจ.3 (ใช้ทั้ง 2 หน้า)
- เอกสารประกอบรายการ
- แบบ
ก.
- แบบ
ว.
- เอกสารประกอบ
- แบบ บอจ.5 ของบริษัทใหม่ที่ควบกัน
- แบบจองชื่อนิติบุคคล (ใช้เฉพาะกรณีตั้งชื่อบริษัทขึ้นใหม่)
- หนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทใหม่
- สำเนาข้อบังคับของบริษัทใหม่ (ถ้ามี)
- หนังสือบริคณห์สนธิฉบับตีพิมพ์ จำนวน 1 ฉบับ
- ข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ จำนวน 1 ฉบับ (ถ้ามี)
- แบบ
สสช. 1 จำนวน 2 ฉบับ
- สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
- หลักฐานให้ความเห็นชอบจากกรรมการประกันภัย (ใช้เฉพาะบริษัท
ที่ประกอบธุรกิจประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย)
- การแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิภายหลังตั้งบริษัท
ได้แก่ แก้ไขชื่อบริษัท , ที่ตั้ง , สำนักงานใหญ่ข้ามจังหวัด , วัตถุประสงค์
และรายการเกี่ยวกับทุน
- คำขอ : แบบ
บอจ.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
- รายการ : แบบ
บอจ.4
- เอกสารประกอบรายการ : แบบ
ว. (ใช้เฉพาะกรณีแก้ไขวัตถุประสงค์)
- เอกสารประกอบ
- แบบจองชื่อนิติบุคคล (ใช้เฉพาะกรณีแก้ไขเพิ่มเติมชื่อบริษัท)
- หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับตีพิมพ์ จำนวน
1ฉบับ
- สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- แบบ สสช.1 จำนวน 2 ฉบับ (ใช้เฉพาะกรณีแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุที่ประสงค์)
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
- หลักฐานให้ความเห็นชอบจากกรมการประกันภัย (ใช้เฉพาะบริษัทที่
ประกอบธุรกิจประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย)
- ตั้งข้อบังคับขึ้นใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัท
- คำขอ : แบบ
บอจ.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
- รายการ : แบบ
บอจ.4
- เอกสารประกอบรายการ : -
- เอกสารประกอบ
- ข้อบังคับที่ตั้งขึ้นใหม่หรือข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับตีพิมพ์
จำนวน 1 ฉบับ
- สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หลักฐานให้ความเห็นชอบแล้ว จากกรมการประกันภัย ในกรณีที่บริษัทประกอบธุรกิจประกันภัย
หรือนายหน้าประกันภัย
- บริษัทใดประสงค์จะจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเพื่อเปลี่ยนรอบปีบัญชีมาเป็นบัญชีที่เริ่มตั้งแต่วันที่
1 มกราคม สิ้นสุด 31 ธันวาคม จะต้องแนบหนังสือขอเปลี่ยนรอบปีบัญชี
ซึ่งระบุงวดปีบัญชีที่จะเริ่มทำการเปลี่ยนใหม่ ต่อสารวัตรใหญ่บัญชี
หรือสารวัตรบัญชีพร้อมคำขอจดทะเบียน
ในกรณีขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ เพื่อเปลี่ยนรอบบัญชีแตกต่างไปจากวรรคหนึ่ง
ให้ผู้ขอจดทะเบียน แนบหนังสืออนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชีจากกรมสรรพากร
หรือธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วแต่กรณีพร้อม คำขอจดทะเบียน
ในกรณีที่บริษัทยังไม่เคยดำเนินการเปิดรอบบัญชีเพื่อจัดทำงบดุลให้บริษัททำหนังสือยืนยันว่า
ตั้งแต่จดทะเบียน จัดตั้งบริษัทมายังไม่เคยดำเนินการปิดบัญชี
เพื่อจัดทำงบดุลประกอบคำขอจดทะเบียนด้วย
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
- แก้ไขเพิ่มเติมบริษัท ได้แก่ เพิ่มทุน,
ลดทุน, กรรมการ, จำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท, ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขา,
ตราของบริษัท,รายการอย่างอื่นซึ่งเห็นสมควรจะให้ทราบแก่ประชาชน
- คำขอ : แบบ
บอจ.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
- รายการ : แบบ
บอจ.4
- เอกสารประกอบรายการ : แบบ
ก.(ใช้เฉพาะกรณีมีกรรมการเข้าใหม่)
- เอกสารประกอบ
- สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- หลักฐานการชำระค่าหุ้น (ใช้เฉพาะกรณีจดทะเบียนเพิ่มทุน)
ได้แก่
- หนังสือรับรองจากธนาคาร หรือ
- หลักฐานแสดงการชำระเงินค่าหุ้น
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
- หลักฐานการอนุญาตให้ เพิ่มทุน ลดทุน แต่งตั้งกรรมการใหม่
แก้ไขเพิ่มเติม สำนักงานแห่งใหญ่
และหรือสำนักงานสาขา จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือธนาคารแห่งประเทศไทย
หรือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์ หรือกรมการประกันภัย แล้วแต่กรณ๊ (ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจ
เงินทุน
หรือหลักทรัพย์ หรือเครดิตฟองซิเอร์ หรือธนาคารพาณิชย์ หรือประกันภัย
หรือนายหน้าประกันภัย)
- สำเนาใบมรณบัตร (ใช้เฉพาะกรณีกรรมการถึงแก่กรรม)
- คำสั่งศาลให้ล้มละลาย (ใช้เฉพาะกรณีฟื้นฟูกิจการ)
- เลิกบริษัท
- คำขอ : แบบ
ลช. 1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ ลช. 1)
- รายการ : แบบ
ลช.2
- เอกสารประกอบรายการ : -
- เอกสารประกอบ
- คำสั่งศาลให้เลิกบริษัท (ถ้ามี)
- มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ผู้ถือหุ้นทุกคนเข้าประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์แต่งตั้งผู้อื่นนอกจากกรรมการ
เป็นผู้ชำระบัญชี (เฉพาะกรณีที่กรรมการทุกคนไม่ได้เป็นผู้ชำระบัญชี
หรือมีการเลือกบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชี)
- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
- สำเนาใบมรณบัตร (ใช้เฉพาะกรณีกรรมการถึงแก่กรรม)
- แก้ไขเพิ่มเติมการเลิกและชำระบัญชีของบริษัท
- คำขอ : แบบ
ลช.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ ลช. 1)
- รายการ : แบบ
ลช.2
- เอกสารประกอบรายการ : -
- เอกสารประกอบ
- คำสั่งศาลให้เปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี หรือกำหนดอำนาจผู้ชำระบัญชี
(ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
- เสร็จการชำระบัญชีบริษัท
- คำขอ : แบบ
ลช.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง
ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ ลช. 1)
- รายการ : แบบ
ลช.5
- เอกสารประกอบรายการ
- แบบ
ลช.3 พร้อมเอกสารประกอบ
- แบบ
ลช.6
- เอกสารประกอบ
- งบการเงิน ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท (จะใช้งบการเงิน
ณ วันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนตกลงให้เลิกห้าง /
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัท หรืองบการเงิน
ณ วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน
หรือบริษัทก็ได้ )
- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
- แบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร
- สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ
(ถ้ามี)
|